-->
   
igood media
HOME   |  Articles - Book - Poem - SongAUTHOR  |  FILM SCHOOL  |  COMMUNICATION ARTS  |  MY BLOG |

Blog film school

My Media channel

blog

1 หน้าแรก
2
บทความ
หนังสือเล่ม
ร้อยกรอง เพลง
3
บทภาพยนตร์
ภาพยนตร์สั้น
วีดิโอ มิวสิควีดิโอ
4
วิชาเรียนนิเทศศาสตร์
ตำราเอกสาร
สื่อการเรียน
 

 

 

 

บันทึกความทรงจำ : The Lost of MH370 "บินลัดฟ้า ฝ่าสนามเวลา" ปริศนาประตูกาลเวลา สู่มหานครมรกต, สิ่งท้าทายนักวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องบังเอิญ.

นำเสนอโดย ดิน หิน ฟ้า.
ผ่าน http://www.igoodmedia.net


บทนำ

ท่านยังจำเหตุการณ์ เมื่อปี 2014 ได้หรือไม่? เมื่อเที่ยวบิน MH370 ของสายการบิน มาเลเชีย แอร์ไลน์ หายไป พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ กว่า 239 ชีวิต. ปัจจุบัน ข่าวร้ายนี้ ก็ยังคงเป็นข่าวร้ายต่อไป, โอกาสค้นพบ MH370 เหลือ 0%. ความจริง คืออะไร? หรือว่า มันเป็นบัญชาของพระเจ้า ที่ทำให้เกิดเหตุปริศนาอันน่าพิศวงเช่นนั้น.

หลังจากกองทัพเรือนาวิกโยธินสหรัฐ สั่งยิง MH370 แล้ว จะโดยความเข้าใจผิดหรืออย่างไรไม่ทราบ แต่มันได้หายไปจากน่านฟ้า โดยไม่ทราบสาเหตุ. นั่นคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในมุมมองการรับรู้ของ เครื่องเรดาร์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายในเครื่องบิน กลับตรงกันข้าม, กัปตัน พามันแล่นหายเข้าไป ในเขตมิติของเวลา ซึ่งเรียกว่า มรกตนคร เช่นเดียวกับ เรือเดินทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติก ที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในบริเวณที่เรียกว่า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา. มรกตนคร ปกครองโดย พระราชาธิบดีจักราธิราช, อดีต 'แงซาย' ผู้เคยเป็นทั้งผู้รับใช้ และเป็นสหายของ รพินทร์ ไพรวัลย์ และ คุณหญิงดาริน วราฤทธิ์.

ไม่มีนักค้นหาคนใดเลย หรือแม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์ ในโลกแบบสามมิติ จะสามารถค้นหาเครื่องบินล่องหนลำนี้ ได้พบ. เว้นเสียแต่ว่า จะมีคนบ้าระห่ำ มีความเชื่อเพี้ยนๆ ว่า เครื่องบินปริศนานั่น มันอับปางอยู่ในเขตของมิติเวลา. คนบ้าระห่ำเช่นนั้น มิใช่เป็นแค่นักเสี่ยงโชค นักผจญภัยเท่านั้น แต่เขาจะต้องมีความรอบรู้ ความเข้าใจ ในปรากฏการณ์สัมพัทธภาพระหว่าง เวลา และอำนาจความโน้มถ่วง เป็นอย่างดี. นั่นมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือความจริง ที่ปรากฏอยู่ในโลกของฟิสิกส์ ในระดับจักรวาล – ควอนตัม. เขตของมิติเวลา มีอยู่ทั่วไปในเอกภพ หรือในมหาจักรวาล (universe) แต่ที่เรารู้จักกันดี คือ บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา มหาสมุทรแอตแลนติก ส่วนอีกแห่งหนึ่ง คือ บริเวณที่ MH370 บินไปตกที่นั่น นั่นเอง.

มรกตนคร ถูกค้นพบเมื่อ ปี ค.ศ. 1964 โดย ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ (2474 – 2563 BE) ศิลปินแห่งชาติชาวไทย สาขาวรรณกรรม (ประจำปี พ.ศ. 2540) แต่เขาเรียกตัวเองในชื่อ “พนมเทียน” ผู้เขียนนวนิยายสุดอมตะ “เพชรพระอุมา” ผู้คนจึงคุ้นกับชื่อ พนมเทียน มากกว่า ฉัตรชัย. ปรากฏการณ์ครั้งนั้น พนมเทียน พยายามถ่ายทอดในมุมมองที่ละเอียดลุ่มลึกที่สุด แต่เนื่องจาก เมืองมรกต ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณที่มีความพัวกันกัน ของ เวลา กับ อำนาจความโน้มถ่วง ซึ่งไม่อาจใช้กฏเกณฑ์ใดๆ แบบบนโลก ไปชี้วัดได้เด็ดขาดแน่นอน ทั้งระยะทาง และ ระยะเวลา. แท้จริงแล้ว ในมรกตนคร ยังมีความลี้ลับอีกมากมาย ซึ่งต่อมาอีกราว 55 ปี คือ ค.ศ. 2020 นักสัมพัทธภาพฟิสิกส์-พุทธศาสน์ ผู้หนึ่งนามว่า “ดิน หิน ฟ้า” ได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่ซุกซ่อนอยู่ในเมืองมรกต ได้เพิ่มเติม. เขากล่าวว่า ปรากฏการณ์ครั้งนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งในล้าน ที่เกิดขึ้นได้ในเขตมิติเวลา อันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต.

การค้นพบสิ่งใหม่ๆ ของเมืองมรกต นำไปจุดเริ่มต้น ของการผจญภัยอีกครั้ง ของเหล่านักผจญภัยยุค G ที่พรั่งพร้อมด้วย เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ และมีความเข้าใจในหลักสัมพัทธภาพ ฟิสิกส์วิทยาศาสตร์ เป็นอย่างดี. หากแต่ ถ้านักผจญภัยเหล่านี้ ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปในเขตพิศวง, เรื่องราวต่างๆ ที่ ดิน หิน ฟ้า ค้นพบ ก็คงจะเป็นแค่เรื่องเล่าลือ หรือเป็นเพียง นวนิยายแนวแฟนตาซี วิทยาศาสตร์, หรือไม่ก็ เป็นสิ่งที่พระเจ้า ใช้อำนาจดลบันดาล สร้างสิ่งลี้ลับสำหรับมนุษย์โลก เพื่อใช้เป็นข้อต่อรอง ในศรัทธาต่อพระองค์ ก็อาจเป็นได้.

วัตถุ สถานที่ ที่จำเป็นต้องอธิบายถึงที่มาที่ไป ให้ผู้อ่านได้ทราบ เพราะมีบางสิ่ง ที่อยู่เหนือความเชื่อของคนทั่วไป ว่าสิ่งนั้น มันมีจริงหรือ. ก่อนที่จะไปฟังรายละเอียดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองมรกต โดยจะสรุปลักษณะ รวมๆ พอเป็นที่เข้าใจ ดังนี้.

(1) เขตมิติเวลา (event horizon of space–time) และฤดูกาล ที่ต้องใช้หลักสัมพัทธภาพ จึงจะเข้าถึงและเข้าใจ.

(2) ประตูมิติเวลา ทางเข้าไปในอาณาเขต มรกตนคร และ เทือกเขาพระศิวะ.

(3) มรกตนคร ดินแดนในมิติของเวลา ที่มนุษย์ไม่รู้จัก แต่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าในนิยาย.

(4) เทือกเขาพระศิวะ และ เนินเขารูปเกือกม้า ที่คณะพรานป่า เรียกว่า ถันพระอุมา.

(5) มังกรไฟ สายพันธุ์ไดโนเปโต พ่นไฟได้ แต่ไม่ใช่อย่างที่เราเห็น.

(6) เครื่องบิน Boeing 777 Flight MH370 – Malaysia Air Line เที่ยวบินมรณะ.

(7) เครื่องจักรกล สำหรับเดินทางข้ามเวลา (Space–Time Warp Machine) ที่มาจากโลกอื่น หรืออย่างไร.

(8) กล่องลับ BOX OF COLONA PROJECT กล่องเจ้าปัญหา ที่ก่อความยุ่งเหยิงปั่นป่วน ไปทั่วโลก.

(9) ปืนเลเซอร์ USKZM-1000 มันก็แค่อาวุธป้องกันตัว แต่ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด.

 

ส่วน บุคคลสำคัญ ที่ไม่อาจข้ามผ่านไป โดยไม่กล่าวถึงเลยนั้น คงจะเป็นเรื่องผิดพลาดอย่างร้ายแรง, เพราะบุคคลเหล่านี้ คือผู้บุกเบิกยุคใหม่ ที่เปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ในเมืองมรกต และยืนยันความจริงที่เกิดขึ้น ตามทฤษฎีของ ดิน หิน ฟ้า ผู้เป็นเจ้าของเรื่องราวทั้งหมด.

(01) นายแพทย์ หม่อมหลวง นาถ ไพรวรา พระเอกตัวจริง ยิ่งกว่านิยาย อินเดียน่า โจห์น ลูกชายคนเดียวของ ระพินทร์ ไพรวัลย์ – ม.ร.ว.ดาริน วราฤทธิ์.

(02) วีรินทร์ อนันตรัย ว่าที่สะใภ้ ของสองครอบครัว ระพินทร์ – ดาริน และ ไชยยันต์ อนันตรัย – มาเรีย ฮอฟแมน. ผู้เชื่อมั่นในหลักการ มากกว่าการคาดเดา.

(03) เดวิด สแตนลีย์ ฉากหน้าเป็นว่าที่พระเอก แต่เบื้องหลังกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง ความผิดพลาดนี้ ต้องสร้างภารกิจใหม่ เพื่อกู้หน้าให้แก่ตัวเอง.

(04) มูฮัมหมัด อัล อาลี ผู้ก่อการร้ายตัวจริง หวังโจรกรรมของสำคัญบนเครื่องบิน แต่ไม่มีโอกาสได้แสดงบทร้าย กลับติดร่างแห มากับเที่ยวบินมรณะ.

(05) มิสเตอร์ จอหน์ บีน บอมเบอร์ หวังฆ่าตัวตายบนเครื่องบิน เพื่อเอาเงินประกัน แต่กลับรอดชีวิต จึงพลิกผัน ใช้ความเชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ ช่วยกู้สถานการณ์ร้ายให้เป็นดี.

(06) เจ้าหญิงไปรยา ว่าที่จักรพรรดินี แห่งมรกตนคร ผู้เกิดมาพร้อมกับ ฤดูกาลแห่งสนธิมาส.

(07) วรกาฬ นักรบเชื้อสาย วงศ์สิงหรา ศัตรูผู้อาฆาตแค้น ราชวงศ์เทพ แห่งมรกตนคร ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ.

(08) พ่อมดดำ อัคคี ผู้ขับขี่มังกรไฟ ภาคีร่วมรบกับ วรกาฬ หวังยึดถ้ำมรกต มาเป็นของตน.

(09) จูเนียร์ คีธ เพื่อนสนิทของ เดวิด สแตนลีย์ ที่ร่วมเดินทางผจญภัย สู่แดนมรกตนคร.

(10) ฤาษี นาเคนทร์ ผู้ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มากด้วยบทปรัชญา อยู่กับปัจจุบัน เพื่อถ่ายทอด อมตะธรรม แด่พระราชาธิบดี.

(11) กะญอ และ ลอซู ทองดี เสิด พรานป่านำทาง ของคณะเดินทางรุ่นใหม่.

(12) สังคม ชัย อุไรพร ลูกหาบ ที่สร้างสีสัน ให้แก่คณะเดินทาง.

 

และในท้ายที่สุด ดิน หิน ฟ้า ได้ให้สัมภาษณ์ เมื่อเดือนมีนาคม 2563 กล่าวเปิดใจ แก่ผู้สื่อข่าว ในการบอกเล่าเรื่องราวในเมืองมรกต ที่ประสบมาทั้งหมด จนหมดข้อสงสัย.

“หลังจากที่ผม ฟังเรื่องราวทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในยุคแรกๆ ของมรกตนคร มหานครในอุดมคติของ พนมเทียน ซึ่งเขาถ่ายทอดโดยการเขียน ติดต่อกันมายาวนานกว่า 25 ปี. คือ เขาอุทิศทั้งชีวิตให้กับงาน ได้อย่างน่าทึ่ง. พนมเทียน บรรยายสิ่งที่รู้ที่เห็น ได้อย่างละเอียดทุกแง่มุม ตั้งแต่ก่อนและหลังย่างเท้าเข้าไป ในเขตเมืองมรกต ทั้งกิริยา คำพูด ความรู้สึก ของคนทุกคนที่เขารู้จักและคุ้นเคย. แต่ในความรู้สึกของผม ดูเหมือนว่า เมืองมรกต ยังมีความลี้ลับ ที่พนมเทียน ยังไม่ได้ถ่ายทอดออกมา. หลังจากที่ผมศึกษา ทฤษฎีฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ร่วมกับทฤษฎีพุทธศาสนา ในระดับลึก ทำให้ผมมองเห็นความจริงของธรรมชาติ ทั้งสองด้าน คือด้านวัตถุธาตุ และด้านจิตธาตุ ซึ่งความจริงทั้งสองด้านนี้ ก็คือปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นในมิติของเวลา. อย่าลืมว่า นครมรกต ก็ตั้งอยู่ในเขตมิติของเวลา, เพราะฉะนั้น ทุกๆ สิ่ง ที่เกิดขึ้นที่นั่น ย่อมใช้คำอธิบายเดียวกัน กับปรากฏการณ์ ในมิติของเวลา. ผมสรุปสั้นๆ ว่า เหตุการณ์ในเมืองมรกต เป็นสิ่งที่มนุษย์โลกไม่เข้าใจ มองไม่เห็น. จึงกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดไป. มีหลายเหตุการณ์ ที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น ในยุคของพนมเทียน แต่มันเกิดขึ้นในยุคหลัง ซึ่งผมเชื่อว่า สิ่งที่ผมเห็นในเมืองมรกตนั่น เป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่ง ของความลึกลับ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผย. แต่แค่เท่าที่ผมรู้นี่ ก็ยากที่จะอธิบายแล้ว.

เอาเป็นว่า ผมถือโอกาส เล่าเรื่องราวของมรกตนคร ต่อจากพนมเทียนก็แล้วกัน. คุณจำได้ไหม เมื่อปี 2014 ข่าวเกี่ยวกับเครื่องบินโบอิ้ง เที่ยวบิน MH370 ของสายการบิน มาเลเซียแอร์ไลน์ เกิดระเบิดหรือถูกยิง อะไรก็ยังไม่แน่ชัด แล้วอยู่ๆ มันก็หายไปจากเรดาร์. ตอนที่มันยังเป็นข่าวใหม่ๆ ผมคิดสาระตะไว้ในสมองทันทีว่า ไอ้เครื่องบินมรณะนั่น มันบินเข้าไปในเขตมิติเวลาแน่นอน ไม่เป็นอื่น. คือ ผมแน่ใจว่า บริเวณนั้น เป็นสนามเวลา ที่มีความโน้มถ่วงสูงมากๆ ซึ่งบังเอิญเหลือเกิน มันดันไปตรงกับ มรกตนคร ที่พนมเทียนค้นพบตั้งแต่แรก. ความจริง ก็ไม่ใช่เรื่องบังองบังเอิญอะไรหรอกครับ. บริเวณตรงนั้นน่ะ ก็แบบเดียวกันกับ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ซึ่งอยู่บริเวณ ใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติก. ตรงนั้น มีความสับสนวุ่นวายมากๆ เรือเดินทะเล หรือเครื่องบิน ถ้าบินผ่านบริเวณนั้น รับรองได้เลยว่า ส่วนใหญ่จะถูกดูดจมหาย ลงไปใต้บาดาล. นั่นมันท้องทะเล แต่ไอ้ที่ออกแรงดูดเครื่องบินของมาเลเซีย กลืนวับหายไปน่ะ มันอยู่บนพื้นดิน. ต่างกันตรงจุดนี้. นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมทีมสำรวจเครื่องบิน จึงล้มเหลว เรียกว่าค้นหาแทบจะทุกตารางนิ้วกันเลยละ. ทุกวันนี้ ก็ยังคว้าน้ำเหลวอยู่เลย.

ผมใช้เวลานานถึง 4 ปี หลังจากข่าวการสูญหายของ MH370 กว่าจะได้ข้อสรุป ที่เป็นทฤษฎี แล้วรวบรวมเป็นเรื่องราวทั้งหมด ที่เกิดขึ้นในเมืองมรกต. ช่วงที่ผมหยุดอยู่บ้าน ขังตัวเอง ไม่ให้ไวรัสโคโรนา มาโจมตีปอดของผม, ทำให้ผมมีเวลาคิด ใคร่ครวญ ทบทวน พิเคราะห์ หาข้อเท็จจริง และความเป็นได้ ในมรกตนคร ด้วยการใช้หลัก วิทยาศาสตร์ควอนตัม กับหลักธรรมชาติ ที่พระพุทธเจ้าค้นพบนี่แหละ แล้วนำมาวิเคราะห์ สัมพัทธกัน จนกระทั่งได้คำตอบ ที่เชื่อว่าถูกต้อง ในความเห็นของผมนะ. คณะสำรวจเมืองมรกตรุ่นใหม่นี่ ผมก็รู้จักทุกคนนั่นแหละ ไม่ใช่ขี้ไก่เลยนะครับ หลายคนเป็นคนรุ่นใหม่ เข้าใจวิธีสัมพัทธภาพ ของเวลา แสง แรง และพื้นที่ ได้ดีไม่แพ้นักวิทยาศาสตร์กันเลยละ. ยังไม่เท่านั้นนะครับ พวกเขายังพาเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ ติดตัวเข้าไปด้วย. คนกลุ่มนี้นี่แหละ จึงพากันเดินทางเข้าไปมรกตนคร ได้โดยไม่ยากเหมือนคนรุ่นก่อน.

เรื่องราวที่ผมจะเล่าให้พวกคุณและคนอื่นๆ นี่, มันก็ไม่ง่ายนักนะ คนฟังจะเข้าใจได้ง่ายขึ้น ถ้ามีความเข้าใจ หลักวิทยาศาสตร์ควอนตัม ได้ดีพอๆ กับ ทฤษฎีที่เป็นแกนหลักของพระพุทธเจ้า. คือยังงี้ วิทยาศาสตร์ควอนตัม จะอธิบายในส่วนที่เป็นวัตถุธาตุ ส่วน หลักการของพระพุทธเจ้า จะอธิบายในส่วนที่เป็นจิตธาตุ.

ใครก็ตาม ที่หลุดเข้าไปอยู่ในเขตมิติเวลา ทีแรกก็จะงงๆ มันกลับหัวกลับหางกันไปหมด แต่สักพักเมื่อปรับตัวได้ จนเข้าที่เข้าทาง ก็จะมีความรู้สึกเหมือนอยู่บนโลก. คนทั่วไปบนโลก จะคุ้นเคยกับวัตถุสามมิติมากกว่า แต่ในเมืองมรกต มันไม่มีมิติ มันจะผสมปนเปกัน ระหว่างเวลากับระยะทาง แยกไม่ออกหรอก เหมือนอยู่ในความฝัน แต่ไม่ใช่. ผมเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า แสงที่คุณมองเห็น มันมีสีสันไหม ไม่มีใช่ไหม แต่จริงๆ มันมี และสามารถแยกสีออกได้ ด้วยแท่งปริซึม. ผมเปรียบเทียบให้คุณเห็นว่า คนที่อยู่ข้างนอก จะมองไม่เห็นทุกๆ สิ่ง ที่อยู่ในเมืองมรกต ก็เช่นเดียวกับ แสงที่เรามองเห็นเป็นสีขาว ซึ่งถูกผสมสีไปเรียบร้อยแล้ว.

ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นในเมืองมรกต ผมมีคำอธิบาย ที่เป็นวิทยาศาสตร์ครับ แม้ว่าคนภายนอกจะเข้าใจว่า มีอำนาจลึกลับ ทำนองพลังพ่อมดหมอผี คอยดลบันดาล. แต่ผมไม่ได้มองแบบนั้น ผมใช้หลักทฤษฎีที่ผมตั้งขึ้น คือ สัตตะธัมมะธาตุ เป็นหลักอธิบาย. ผู้บุกเบิกเมืองมรกตรุ่นใหม่ที่รู้จัก สัตตะธัมมธาตุ เขาย่อมเห็น ย่อมพูด แบบเดียวกับที่ผมพูดนั่นแหละ เพราะสัจธรรม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าใครจะเป็นคนพูด ไม่ว่ากาลเวลาไหน ก็จะสอดคล้องตรงกันเสมอ."

ก่อนจบคำสัมภาษณ์, ดิน หิน ฟ้า ได้ย้ำว่า ทฤษฎีใหม่ของเขา ที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์ในมรกตนคร จะเป็นสิ่งยืนยันว่า สิ่งที่เขาคิดนั้น ไม่ใช่เรื่องเหลวใหล ไม่ใช่ไสยศาสตร์. เขากล่าวอีกว่า สัตตธัมมะธาตุ หรือ ธัมมะธาตุ 7 อย่าง ผู้สนใจสามารถศึกษาค้นคว้าได้ ในหนังสือชื่อ “ สรรพสิ่งสัมบูรณ์ด้วย สัตตะธัมมะธาตุ ” หรือ The 7-Element: Absolute of Everything, The Theory Explain Everything . ดิน หิน ฟ้า ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าเสียดายว่า เขาจะเขียนบอกเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับมรกตนคร เพื่อเผยปริศนาในแง่มุมใหม่ เป็นงานเขียนชิ้นสุดท้าย ก่อนอำลาวงการวรรณกรรม ซึ่งก็ไม่อาจทราบได้ว่า เขาจะมีชีวิตถึงวันนั้นหรือไม่.

สู่ดิน ชาวหินฟ้า
บรรณาธิการ igoodmedia.net
สิงหาคม 2563

 

  thinking focus new idea today
คำคม คำคิด แง่คิด ชีวิตดี
 


igood media copyright
 
SUDIN CHAOHINFA, igoodmedia.net : Administration and Producer
Copyright © 2010-2020 intelligence good media homeschool.
All rights reserved. me@igoodmedia.net